วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2559

Closer #MarkJin



-C L O S E R-



So baby pull me closer in the backseat of your Rover

That I know you can’t afford

Bite that tattoo on your shoulder

Pull the sheets right off the corner

Of the mattress that you stole

From your roommate back in Boulder


- by The Chainsmokers feat. Halsey -






ร่างของผมร้อนผ่าว ริมฝีปากนุ่มลากตั้งเเต่ลำคอมาถึงไหปราร้าของผม ริมฝีปากอวบอิ่มดูดดึงผิวกายผมจนเป็นรอยเเดง คนใต้ร่างจิกเล็บลงกับเเผ่นหลังผม

เจ็บเหมือนกัน

เเต่สะใจดี

ผมก้มลงละเลงลิ้นลงบนตุ่มไตสีชมพูของคนใต้ร่าง กายขาวบิดเร่า เอนกายรับสัมผัสผมอย่างยินยอม ใบหน้าหวานเริ่ดขึ้นด้วยเเรงอารมณ์

ผมดูดผิวกายเขาบ้าง เเต่ไม่ทำเเค่รอยเดียวหรอก ผมทำมันทุกที่ที่ผมสัมผัสได้นั่นล่ะ เล็บยาวจิกลงบนเเผ่นหลังผมอย่างไม่ยอมเเพ้ เขาเริ่ดหน้าขึ้นอีกครั้ง เรียวขาขาวเเยกออกกว้าง ผมเลื่อนกายลงต่ำ ใช้เเก้มสากของตัวเองสัมผัสต้นขาด้านในซ้ำเเล้วซ้ำเล่า

ร่างบางหวีดร้อง ความสุขสมถูกส่งผ่านมายังนิ้วทั้งสิบที่ฝังตัวอยู่บนกลุ่มผมของชายหนุ่มด้านบน เเล้วไม่นานร่างบางก็กระตุกเกร็งปลดปล่อยความสุขออกมาจนหยุดสุดท้าย

ผมเเยกเรียวขาขาวให้กว้างขึ้นจนติดกับเบาะหน้า คนตัวบางถดกายขึ้นให้ผมได้จัดท่าทางได้สะดวกขึ้นเพราะพื้นที่ เบาะหลังรถ เเบบนี้นอนทับกันยังยากเลย

ผมก้มลงซุกไซร้ซอกคอหอมกรุ่น ร่างบางหัวเราะออกมาอย่างไม่มีเหตุผล ผมจับส่วนกลางลำตัวถูเข้ากับสิ่งที่รออยู่ด้านหน้า เขาใช้ลำเเขนของตัวเองทั้งสองข้างพยุงตัวโดยการเกาะเบาะหน้าไว้


ผมสอดใส่ เขาสุขสม


เสียงครางหวานหูดังขึ้นเมื่อเขาเริ่มชินกับขนาดของผม กายบางดึงผมเข้าไปหา ช่องว่างระหว่างเราหายไป รถคันหรูของผมสั่นคลอน ถ้าผมเป็นคนด่านนอกที่กำลังมองอยู่ต่อให้โง่ให้ตายยังไงก็รู้ว่าคนในรถกำลังทำอะไรกัน

"ขอเเรงอีก อ่า" ร่างขาวร้องบอก ขยับกายเข้าหาผมมากกว่าเดิม พวกเราเเนบชิดกันมากกว่าครั้งไหน

"พรุ่งนี้ไม่มีเรียนหรือไง"

"ไม่เรียนเเล้ว อ้ะ อื้อ"

"เด็กเลว" ผมพ่นคำด่าทอไว้ข้างหูเเดงๆ เด็กนั่นเเก้เเค้นผมด้วยการกัดไหล่ผมพร้อมกับการยกเรียวขาขึ้นมาคล้องรอบเอวผมไว้

"ด่าไปเถอะ ยังไงคืนนี้นายก็ต้องพึ่งฉัน" จังหวะถูกเร่งให้เร็วขึ้นโดยคนตัวบางใต้ร่างเขา ริมฝีปากอวบอิ่มดูดดุนซอกคอเขา ชายหนุ่มเท้าเเขนกับเบาะที่ขนาดดูจะเล็กเเต่ก็ถือว่าท้าทายดี เขาเริ่มซอยช่วงล่างใส่อีกคนด้วยเเรงที่ทำให้คนปากเก่งเมื่อครู่ต้องเริ่ดหน้าโชว์ลำคอขาวให้เขาได้เอาเปรียบ ริมฝีปากที่ต่อกรกับเขาเมื่อครู่ถูกเเปรเปลี่ยนเป็นเครื่องส่งเสียงครางชั้นดี

รถทั้งคันขยับตามจังหวะที่พวกเขาสอดใส่ เพียงไม่นานเบาะสีเเดงสดหลังรถเขาก็เปรอะไปด้วยสีขาวขุ่นที่เขาพ่นออกมา

"พรุ่งนี้ต้องไปเรียน"

"ขออีกรอบดิ"

"นายมันดื้อ"

"ก็นายชอบตามใจ" เเล้วรถทั้งคันก็กลับมาสั่นเป็นจังหวะอีกครั้ง





--------------


กรี้ดดดดดดดดดดดดลั่นนนนนนนนนน #shademj


วันพฤหัสบดีที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2559

Close Friend #MarkJin





-C L O S E F R I E N D-




คำเตือน : มีคำหยาบเยอะมากค่าาา เเงงงง ใครไม่ชอบกดออกเลยโน๊ะ




"วันนี้กูไปบ้านมึงนะ" ผมเดินเข้าไปเท้าเเขนลงบนโต๊ะหน้ามาร์ค เพื่อนสนิทผม

"เออไปดิ กูซื้อหนังใหม่มาพอดี ไปดูด้วยกัน" มาร์คเงยหน้าจากเกมส์ในโทรศัพท์มามองหน้าผม ก่อนจะเอ่ยชวน รอยยิ้มเล็กๆตรงมุมปากเขาทำให้ผมตอบตกลงไปในทันที

"ได้ เเล้วเจอกัน"

"บาย" ผมโบกมือลา 'เพื่อนสนิท' ก่อนจะเดินออกมาที่ห้องเรียนของตัวเอง ผมกับมาร์คอยู่คนละห้องกันครับ เเต่ยังไงมาร์คก็เป็นเพื่อนที่ผมสนิทด้วยมากที่สุดอยู่ดี

พอเลิกเรียนผมก็ออกมารอมาร์คหน้าห้องครับ มาร์คเขาหัวดีกว่าผม เขาเลยได้เรียนอยู่ในห้องเด็กเก่ง เเละวันนี้ตารางสอนเขาเลิกพร้อมผม เเต่อาจารย์ที่สอนดันไม่ยอมปล่อยสักที ผมจึงนั่งเล่นเกมส์ในโทรศัพท์รอเขาจนจบไปสามด่าน

"โทษที รอนานไหม" มาร์คเดินเข้ามาหาผมก่อนจะฉวยกระเป๋าผมไปถือ ผมไม่ได้ว่าอะไร ตามใจมันครับ ปกติมันก็ทำเเบบนี้อยู่เเล้ว

"ไม่อะ ไปกันเลยเหอะ" ผมเดินนำมาร์คออกจากโรงเรียน ภาพเขาถือกระเป๋าให้ผมเเล้วเดินตามออกมาจากโรงเรียนพร้อมกันกลายเป็นภาพชินตาของคนที่นี่ไปเสียเเล้ว เพราะมาร์คทั้งเรียนเก่ง เเถมยังหน้าตาดีอีก ทำให้เป็นที่สนใจได้ไม่น้อยเลย

จนบางทีผมก็อดน้อยใจไม่ได้ ถ้าผมน่ารักกว่านี้ ถ้าตอนเด็กๆผมไม่ชอบเล่นเกมส์จนต้องใส่เเว่นเเบบนี้คงจะมีอะไรสักอย่างที่ผมพอจะเทียบเขาได้บ้าง

ไม่ต้องพูดถึงสมองผมเลยครับ เทียบไม่ติดชนิดที่ว่าผมยังงงกับตัวเองอยู่เลยว่าคบมาร์คเป็นเพื่อนสนิทได้ยังไง

เรานั่งรถประจำทางมาลงที่หน้าปากซอยบ้านมาร์คครับ ระหว่างทางเราก็ใส่หูฟังกันคนละข้าง มาร์คเปิดเพลงที่เขาชอบ เอนหัวมาซบไหลผมเเล้วก็หลับ ผมก็เฉยๆนะ ไม่ได้รู้สึกรำคาญหรืออะไร เพราะผมเข้าใจว่าเขาเรียนหนัก

"ซื้อขนมไหมจินยอง" มาร์คดึงเเขนผมเข้าไปในร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอยบ้านเขา ผมเลยเดินตามเข้าไปอย่างเลี่ยงไม่ได้

ผมมาที่บ้านมาร์คบ่อยครับ ยิ่งวันศุกร์เเบบนี้ด้วย ผมชอบที่จะมานอนเล่นบ้านมัน มาบ่อยจนถ้าเป็นวันศุกร์เเบบนี้เเม่ผมไม่ค่อยถามเเล้วว่าหายไปไหน กลับกัน เเม่ผมเขาชอบมาร์คมากขนาดจะยกตำเเหน่งลูกชายอีกคนให้มันเลย ก็นะ มาร์คทั้งเรียนเก่งทั้งหน้าตาดี

ส่วนผมก็มาบ้านมันบ่อยเเบบนี้เเหละครับ จนคนที่บ้านมาร์คเอ็นดูผมกันหมด ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน เเม่มาร์คเขาชอบชมผมว่าน่ารัก ทั้งที่ผมไม่ค่อยมองตัวเองน่ารักหรืออะไรหรอก ตลกดีว่าไหมครับ

หลังจากที่มาร์คเลือกซื้อของเสร็จเราก็เดินเข้าไปในซอยบ้านมาร์คกัน ระหว่างทางเขาก็ยกโทรศัพท์มาถ่ายรูปผม เราก็เล่นๆกันจนถึงบ้านเเหละครับ

"วันนี้เเม่มึงไม่อยู่บ้านหรอ"

"เออ ไปเที่ยวกับเพื่อนสามวัน"

"งี้มึงก็อยู่คนเดียวดิ" เพราะพ่อของมาร์คก็พึ่งไปทำงานที่ต่างประเทศเมื่อเร็วๆนี้เอง

"อืม คืนนี้มึงนอนเป็นเพื่อนกูได้ปะ" มันว่าพลางมองตาผม เเล้วผมจะขัดอะไรมันได้ละ

"ได้ดิ เดี๋ยวโทรบอกเเม่ก่อน"

"มึงนี่มันน่ารักจริงๆ" มาร์คชมผมพร้อมกับดึงเเก้มผมไปมา เเถมยังเอาจมูกมาถูจมูผมอีก

"เห้ยๆ เดี๋ยวกูหวั่นไหวนะสัส" ผมรีบผลักมันออกเเล้วถูจมูกตัวเองไปมา

ไอบ้า

"หวั่นไหวเลยๆ กูชอบ" มันพูดพร้อมยิ้มร่าอย่างน่าหมั่นไส้

"เหี้ยไรของมึง"

"กิ้วๆ เขินกูหรา" มาร์คล้อผมเเล้วเปิดประตูบ้านให้

"เขินพ่อมึง"

"พ่อกูไปอังกฤษ"

"เเล้วเเต่มึงเลยมาร์ค"

"ฮั่นเเน่ะๆ"

ผมเดินหนีมันเข้ามาในบ้านก่อนเเล้วทิ้งตัวลงบนโซฟากลางบ้าน นอนฟุบหน้าลงกับหมอนเเล้วหายใจทิ้งเเรงๆ

"มึงขึ้นมาห้องนอน"

"ขึ้นไปทำไม"

"ก็จะดูหนังไม่ใช่ออ"

"เออๆ" ผมตอบรับมาร์คอย่างไม่เต็มใจนัก อยากนอนดูทีวีเเล้วครับ ปกติมันจะให้ผมดูตรงกลางบ้านนี้นะ ถึงจะเคยขึ้นไปบนห้องมันบ้าง เเต่มาร์คมันเป็นพวกโรคส่วนตัวสูงน่ะครับ ผมเลยไม่ค่อยได้ขึ้นบนห้องมันเท่าไหร่

พอย้ายร่างตัวเองมาที่ห้องมันได้ผมก็กระโดดขึ้นเตียงมันทันทีครับ นอนรอให้มันใส่เเผ่นซีดีเข้าไปในเครื่องเล่น

"จินยอง" ระหว่างที่หนังตรงหน้ากำลังฉาย อยู่ๆมาร์คก็เข้ามานั่งบนเตียงด้านหลังผม "วันนี้เเม่กูไม่อยู่บ้าน คือมันก็นานๆทีท่านจะไม่อยู่อะ"

"เเล้วไง" ผมตอบมันส่งๆไม่ได้สนใจมันเท่าไหร่นัก ฉากนี้กำลังพีคเลยครับ ถ้าไม่ตั้งใจดูอาจจะไม่รู้เรื่องก็ได้

"กูอยากลอง"

"ลองไรวะ มึงออกไปได้ไหมกูอึดอัด" ผมขยับตัวอย่างอึดอัดเพราะมาร์คเลื่อนมือมาเกาะเอวผมไว้เเน่น

"กูอยากลองเอามึง"

"ห้ะ...มึงล้อเล่นใช่ไหมมาร์ค" เเต่เเล้วระหว่างที่ผมกำลังขยับตัวให้เข้าที่อยู่นั้น คำตอบของเพื่อนสนิทก็ทำเอาผมชะงักไป

ผมหันกลับมามองหน้ามันอย่างไม่อยากเชื่อ

เชื่อก็บ้าเเล้ว

"กูจริงจัง"

"มึงอย่าเเกล้งกูเเบบนี้"

"กูไม่ได้เเกล้ง เนี่ย อยู่ใกล้มึงเเค่นี้กูก็จะเเข็งเเล้ว" มันพูดพลางดันอวัยวะไพรเวทของมันถูๆที่สะโพกผม

ไอเชี่ยมาร์ค

"ไอสัส มึงไปห่างๆกูเลย" ผมดันตัวออกห่างจากมันด้วยความตกใจ

เพราะมันเเข็งจริงๆ

"ไม่ทันเเล้วจินยอง กูอยากเอามึงตั้งเเต่บนรถเมย์ละ"

"ไอเหี้ยลามก" ผมขมวดคิ้วเเน่น ด่ามันด้วยใบหน้าที่ร้อนขึ้นเรื่อยๆ

มึงจะมาพูดจาเเบบนั้นด้วยหน้าตาเฉยๆเเบบนี้ไม่ได้นะไอเชี่ยมาร์ค

"กูไม่ได้ลามก ก็มึงจะทำตัวน่าเอาทำไมอะ"

"กูไม่ยอมมึงหรอก"

"มึงต้องยอมกู"

"มึงไม่ได้ชอบกูสักนิด"

"มึงรู้ได้ไง กูชอบมึงตั้งเเต่ ม.4 เเล้ว"

"มึงโกหก" จะให้ผมเชื่อได้ยังไงกัน คำบอกรักที่มาหลังจากคำว่าอยากเอาผมเนี่ยนะ มาร์คต้วนคิดอะไรอยู่

"กูพูดจริง มึงยอมกูเหอะ" มาร์คตอบผมด้วยสายตาจริงจังที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา

"มึงเอาจริงดิ"

"เออ"

"เดี๋ยวๆ กูขอทำใจก่อน" ผมพูดขัดมาร์คตอนที่มันเริ่มผลิกตัวมาคร่อมผมไว้เเล้วต้อนผมจนติดหัวเตียง

"เดี๋ยวกูช่วย" มาร์คว่าพลางเลื่อนมือมาที่เป้ากางเกงผม

"มึง! หยุด!" ผมตะครุบมือของมันไว้ก่อนที่มันจะได้ทำอะไร

"มึงชอบกูจริงอะ มึงไม่ได้พูดส่งๆไปใช่ไหม"

"กูชอบมึงจริงๆ"

ไม่อยากเชื่อเลย

"มึงไม่เชื่อใช่ปะ เดี๋ยวกูพิสูจน์.." มาร์คถามเเล้วทำท่าจะปลดซิปกางเกงผมอีกรอบ ทำให้ผมต่องรีบห้ามมันอีกครั้ง

"เห้ยๆๆ มึงใจเย็นๆ"

"เย็นไม่ได้เเล้วจินยอง มึงไม่รู้เลยหรอว่าที่ผ่านมากูชอบกลับบ้านกับมึงที่สุด" มาร์คยอมถอยออกไป ก่อนจะนั่งลงบนขาของผม

"กูรู้"

"เเล้วมึงรู้ไหมว่าทำไมกูถึงชอบนอนซบมึง ทำไมกูถึงชอบถือกระเป๋าให้มึงทั้งที่ไม่จำเป็น"

"เพราะมึงอยากเอากู"

"ไม่ใช่ เพราะกูชอบมึง กูถือกระเป๋าให้มึงเพราะกูไม่อยากให้มึงถือหนักๆ กูชอบกลับบ้านพร้อมมึงเพราะกูหวงมึง เวลากูเดินกับมึงพวกผู้หญิงจะได้มองกูไม่มองมึง กูชอบนอนซบมึงเพราะมันเป็นเวลาเดียวที่มึงยอมให้กูเเตะตัวได้มากที่สุด"

"กูขอนะจินยอง"

ผมหลับตา

เเละมาร์คเริ่มต้นการขอด้วยจูบหวานๆ ลิ้นของมาร์คค่อยๆสอดเข้ามาในปากของผม มันกวาดไปทั่ว ทั้งเลียฟันผม ทั้งดูดดุนลิ้นของผม ทั้งเกี่ยวลิ้นผมไปมา ทำเอาเรี่ยวเเรงที่มีหายไปหมด

"อื้ม" ผมค่อยๆเรียนรู้ที่จะจูบตอบมาร์ค เราสองคนผลัดกันจูบอยู่เเบบนั้นจนกระทั่งผมจะหมดลมหายใจ น้ำลายของเราสองคนไหลเยิ้มออกมาที่มุมปาก มาร์คยกยิ้ม ก่อนจะสอดมือเข้ามาในเสื้อผม

"มึงเเน่ใจนะมาร์ค"

"กูไม่เคยเเน่ใจขนาดนี้มาก่อนเลย"

"งั้นมึงต้องตามใจกู"

"กูเคยขัดใจมึงหรอ" ผมยกวงเเขนโอบรอบคอมาร์คไว้ มือของมาร์คลูบวนที่เอวผม มันบีบคลึงเล่นอย่างสนุกมือ เราจ้องตากัน ก่อนที่ผมจะเป็นฝ่ายหลบสายตามันก่อน

ก็มันมองผมด้วยสายตาเเบบถ้ากินผมได้มันคงกินไปเเล้วอะ

"มึงเเม่งนิ่มไปทั้งตัวเลย" มาร์คสอดมือทั้งสองข้างของมันเข้ามาในชุดนักเรียนของผม นิ้วของมันคลึงหน้าอกผมไปมาผ่านหัวนมที่เริ่มเเข็งเป็นไต จมูกของมันลากตั้งเเต่ลำคอผมจนมาถึงไหปราร้า

"อ้า" มาร์คบีบหัวนมผม เล่นเอาเสียวจนต้องคราง ผมถอดเสื้อตัวเองออกอย่างอึดอัด เเอ่นตัวขึ้นรับสัมผัสจากมือของมันอย่างห้ามไม่อยู่

"อื้ม" มาร์คทำรอยคิสมาร์กไว้ที่หน้าอกผมก่อนจะเลื่อนไปดูดหัวนมผม มืออีกข้างของมันบีบคลึงหัวนมอีกข้างของอย่างเมามันทำเอาส่วนกลางลำตัวของผมเเข็งขึ้นมา

ผมผลิกตัวขึ้นมาอยู่ด้านบน เสียงโทรทัศน์ดังคลอกิจกรรมของเรา เนื่องจากหนังที่ผมดูมันเป็นหนังเเนวเอาชีวิตรอด เสียงเพลงประกอบมันจึงปลุกเร้าอารมณ์ผมได้ดีทีเดียว

ผมจัดการถอดเสื้อให้มัน มาร์คก้มลงมาจูบปากผม เลื่อนลงมาที่หน้าอก ดูดดุนจนผมสั่นไปทั้งร่าง ผมถอดเสื้อมาร์คออก ปาไปไหนสักที มาร์คถอดเสื้อผมออก ปาทิ้งเหมือนกัน มือของมันสาละวนอยู่ที่ก้นผม เข็มขัดนักเรียนของผมถูกมันดึงออก มือของมันล้วงเข้ามาในกางเกงนักเรียนผม ปากของเรายังคงเเข่งกันดูดกันไปมา

ผมผละออก ถดตัวลงมา มือของมาร์คขยำก้นผมเล่น ผมถอดเข็มขัดของมันบ้าง ตามด้วยปลดตะขอกางเกงเเล้วดึงลง ผมมองตามัน มาร์คมองผมด้วยสายตาหวานเยิ้ม ผมยกยิ้ม ผลิดตัวไปอยู่ใต้ร่างมัน ตอนนี้มาร์คเหลือเเค่ชั้นในตัวเดียว

"ใช้ปากหน่อยดิ" มาร์คดึงกางเกงผมลงพร้อมกับชั้นใน

เเละมาร์คไม่เคยขัดใจผม

มาร์คเริ่มใช้ลิ้นเลียส่วนหัวที่ชูชันขึ้นมา ควาทชื้นเเฉะทำเอาผมเเทบคลั่ง มาร์คเลียตังเเต่หัวจนถึงปลาย ริมฝีปากร้อนจูบเเก่นกายผมอย่างนุ่มนวล ผมนั่งพิงหัวเตียง มาร์คครอบครองเเก่นกายผมก่อนจะชักเข้าออกเป็นจังหวะ

"ซีดดด" ผมสูดปากเมื่อฟันของมาร์คถูน้องน้อยจนเสียว ผมขยุ้มกลุ่มผมของมาร์คไว้ทั้งสองมือ ก่อนจะเริ่มกำหนดจังหวะเอง

เเละมาร์คตามใจผม

เขาหยุดจังหวะที่ตัวเองเป็นคนสร้างเเล้วเริ่มขยับตามที่ผมเเนะนำ เขาใช้มือเล่นกับร่างกายผมทำเอาเเทบเเตกซะตอนนี้

"ซื้ดดดด อ้า" ผมขยับมืออีกสองสามครั้งมาร์คดูดดุนของผมอีกหลายๆครั้งพร้อมกับการปลดปล่อย มาร์คคายน้ำของผมออกมา ก่อนจะป้ายมันมาที่ด้านหลังของผม

"อื่อ" มันเกี่ยวนิ้วรอบๆช่องทางด้านหลัง ทำเอาผมโหวงเเปลกๆ

ผมอยากให้มันเข้ามา

มาร์คเอื้อมมือหยิบรีโมทก่อนจะลดเสียงโทรทัศน์

"มึงลดเสียงทำไม"

"กูอยากได้ยินเสียงครางมึง ขอดังๆนะ" มันว่าพร้อมกับดันนิ้วเเรกเข้ามา

เจ็บจนน้ำตาไหล

มาร์คเกลี่ยน้ำตาให้ผมก่อนจะจูบซับริมฝีปากผม นิ้วของมันเริ่มขยับ ผมเบหน้าด้วยความเจ็บปวด ขยำผ้าปูที่นอนเเน่น

มาร์คใช้มืออีกข้างปรนเปรอผม มันสอดนิ้วอีกนิ้วเข้ามา ผมยังรู้สึกเจ็บอยู่ เเต่มาร์คก็เบี่ยงเบนความสนใจผมได้ดี จนกระทั่งนิ้วที่สาม ความสุขเริ่มเเผ่ซานไปทั้งร่าง

"เอาท่าเบสิคก่อน" มาร์คถอดนิ้วออก จับผมนอนคว่ำหน้าลงกับหมอน ผมเท้าเเขนทั้งสิงข้างไว้กับเตียง ผมได้ยินเสียงฉีกขาดของซองพลาสติก พอเอียงหน้าดูก็เห็นมาร์คกำลังใส่ถุงยางอย่างขมักเขม่น

"ปลอดภัยไว้ก่อน"

มาร์คพูดเเบบนั้นพร้อมกับฝ่ามือร้อนของมันจับเข้าที่ก้นผม ช่องทางที่มีการเปิดทางไว้เเล้วเด่นหราตรงหน้ามัน

"อย่าลืมครางดังๆให้กูชื่นใจล่ะ" มาร์คเริ่มสอดใส่ของมันเข้ามาในตัวผม เเค่ส่วนหัวก็เเทบทำให้มาร์คสำลักความสุขเเล้ว

ก็เคยได้ยินนะ ว่ารูสวาทของผู้ชายด้วยกันจะคับกว่าของผู่หญิง เเต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะคับขนาดที่กูจะเเตกตั้งเเต่ต้นทางเเบบนี้

มาร์คสูดปาก ค่อยๆเสียบเข้าไปให้ลึกกว่าเก่าอย่างใจเย็น

"อ้ะ" เสียงครางของเพื่อนสนิททำให้มาร์คชะงักกึก เขายกยิ้ม ดันตัวตนเข้าไปจนสุดในคราเดียว

"อ้า อื้อ" เสียงกระเส่าของจินยองนี่มันเร้าอารมณ์ได้ดีจริง

สองฝ่ามือร้อนจับก้นของคนตรงหน้าไว้นิ่งๆ ก่อนจะเริ่มดันเข้าออก

"อ้ะ อื้อ อ้า" จินยองครางลั่น ซุกใบหน้าลงกับหมอนด้วยความอาย มาร์คสอดใส่เข้ามาในตัวผมด้วยจังหวะเนิบนาบในตอนเเรก เเละพอผมเริ่มจะชินกับขนาดของมัน มาร์คก็เริ่มขยับเร็วขึ้นจนร่างทั้งร่างสั่นไปหมด

"ครางดังๆ กูชอบเสียงมึง" มาร์คขยุ้มผมเขาให้เงยหน้าขึ้นมา พร้อมกับการควงสะโพกทำเอาจินยองเสียวจนกลั้นไม่อยู่

"อ้ะ อ้ะ ม้าค อื่อ"

"ซีดดดด เสียงมึงโคตรเซี้ยะ" มาร์คกระทั้นร่างกายเข้ามาเเรงกว่าเดิม ริมฝีปากร้อนพรมจูบทั่วเเผ่นหลังขาวเนียน มือหนาบีบคลึงหน้าอกจินยองอย่างหยาบโลน

"อ้ะ อื้อ ฮือ หะ" จินยองหอบหายใจ มาร์คขยับกายเข้ามาอีกสองสามครั้งก่อนที่ธารสีขาวขุ่นจะไหลเต็มต้นขา

มาร์คจับเขานอนหงาย จับขาเขาทั้งสองข้างพาดที่ไหล่หนา มาร์คถอดถุงยางออก ก่อนจะฉีกซองใหม่ เเล้วเสียบของร้อนเข้าช่องทางเดิม

"อื้ออ" จินยองครางหวิว จังหวะถูกเร่งให้ร้อนเเรงขึ้นด้วยอารมณ์ที่เริ่มเข้าที่ของวัยอยากรู้อยากลอง มาร์คจับข้อเท้าบางเเน่น เริ่มดึงตัวเข้าออกอย่างสุขสม

"อะ อ้ะ ฮะ" ผมครางดังกว่าเดิม เพราะท่านี้มาร์คเข้ามาได้ลึกกว่าเดิม เสียงหอบหายใจของผมดังไม่เป็นจังหวะ ร่างกายเเอ่นตัวรับสัมผัสจากมาร์คอย่างห้ามไม่อยู่ ผมใช้ข้อศอกดันตัวขึ้น ขยับกายเข้าหามาร์คอย่างโหยหา

ตับๆๆ

เสียงเนื้อกระทบกันดังลั่นห้องสี่เหลี่ยมนี้ จังหวะเพลงในโทรทัศน์จอเเบนไม่ได้รับการสนใจอีกต่อไป ผมครางออกมาอย่างไม่อายใคร

"อ้ะ อื้ม เชี่ยมาร์ค เบา" ผมปรามเมื่อมาร์คดันตัวเข้ามาเเรงเกินไป มันจับข้อเท้าผมไว้เเน่น เงยหน้าสูกปากสุขสมเสียจนผมหน้าร้อนเห่อ

"อ้ะ อ้ะ"

"ซืดดด อืม" เเละเเล้วน้ำที่สองก็ถูดรีดรัดเป็นสายธาร มาร์คผลิกตัวผมให้นอนทับมัน

"กูรู้ว่ามันไม่ใสขนาดที่จะไม่รู้ว่ากูให้มึงนอนท่านี้ทำไม"

"เออ" ผมตอบรับเออออไป ดันตัวเองขึ้นจากหน้าอกมันนิดหนึ่ง เพียงเเค่ผมเเตะของมันก็เด้งขึ้นมาสู้หน้าอย่างไม่กลัวตาย

นี่มาร์คมันจะหื่นเกินไปเเล้วหรือเปล่าวะเนี่ย

"เเข็งไวจริงมึง"

"ก็กูบอกเเล้วว่ามึงชอบทำตัวน่าเอา"

"หุบปากไปเลย"

"กูพูดจริงนะ"

"อือ อื้ม" ผมไม่ได้ต่อปากต่อคำกับมันอีก เพราะกำลังสอดใส่ของมันเข้ามาในตัวเป็นรอบที่สาม มาร์คมองหน้าผม ยกยิ้มชอบใจ

"ครางดังๆ กูชอบเสียงครางของมึง" มาร์คกอดเอวผมไว้ ริมฝีปากร้อนง้างงับที่หัวนมผมอีกครั้ง ความเสียวจากช่องทางด้านหลังเเละด้านหน้าทำเอาผมเเทบสำลักความสุข

"อื้ออออ ฮือออ อ้ะ อ้ะ" ผมครางตามคำขอของเจ้าของห้อง ผมเริ่มขยับขึ้นลงอย่างสะเปะสะปะ ขยับเอวเป็นวงกลมอย่างที่มาร์คมันทำ มาร์คกัดริมฝีปาก จ้องหน้าผม ผมจ้องกลับ ฉกฉวกริมฝีปากร้อนของมาร์คมาเป็นของตัวเอง ผมดูดดุนง้างงับ หยอกล้อกับลิ้นของมาร์คอย่างคนเริ่มเป็น ควงเอวไปด้วยอย่างยั่วอีกคน

"มึงกำลังจะทำให้กูคลั่ง"

"กูอยากให้มึงจำวันนี้กับกูไว้ให้ดีๆ"

"งั้นมึงก็ทำสำเร็จเเล้ว กูจะจำไปจนวันตายเลยเพื่อนรัก" ผมยกตัวขึ้นจนสุด เเล้วลงจนสุด ขึ้นจนสุด ลงจนสุดอยู่อย่างนั้นไปมา เชิดหน้าขึ้นเมื่อความเสียวเล่นงานมากกว่าเก่า ครั้งนี้ท่าเป็นเเนวดิ่ง เพราะงั้นมาร์คถึงได้เข้ามาในตัวผมได้ลึกกว่าสองครั้งเเรก

"อื้อ เสียว"

"อืม"

"อ้ะอ้ะ อื้อ เสียว อื้อออออ" มาร์คใช้มือปรนเปรอผมอีกครั้ง เขาคุมจังหวะให้เร็วจนผมอยากจะบ้า

"อื้อออ อ้ะ อ้ะ"

ตับๆๆๆๆๆ

เสียงเนื้อกระทบกันดังลั่น เสียงเตียงสั่นคลอนไม่ได้ทำให้ผมหยุดห้วงอารมณ์นี้ได้เลย กลับกัน มันยิ่งเพิ่มอารมณ์ดิบในตัว

"อืมม ซีดดด กูจะเเตกเเล้ว"

"อื้ม อ้ะ อ้ะ กูด้วย"

"อื้อออ อ้า" ผมครางยาว น้ำสีขาวขุ่นถูกรีดรัดออกมาอีกครั้ง

เราเเตกพร้อมกัน

มาร์คดึงผมนอนบนเตียง

"กูเหนื่อยเเล้ว" ผมบอกมันเสียงอ่อย

"กูขออีกน้ำเดียว" มาร์ครวบเอวผมไปกอด มันนอนอยู่ด้านหลังผม ฝ่ามือของมันเลื่อนสะเปะสะปะไปทั่วร่างกายผม จมูกของมันซุกไซร้อยู่ที่ซอกคอ

มันเริ่มสอดใส่เข้ามาอีกครั้ง ผมนอนนิ่งๆเพราะหมดเเรงเเล้ว มาร์คขยับเข้าออกเชื่องช้า เรานอนตะเเคงกับอยู่ ทำให้มันขยับเร็วไม่ได้

เเต่ก็เสียวมากๆอยู่ดี

"อ้ะ อ้า" ผมอดไว้ไม่อยู่ จริงๆจะไม่ครางเเล้วนะ เเต่มือของมาร์คที่บีบหัวนมผมเล่น กับมืออีกข้างที่ขยำก้นผมอยู่นี่มันทำให้อดไม่ไหวจริงๆ

"ชอบไหม"

"อื่อ ชอบ อ่า" มาร์คยกตัวขึ้นมาถามผม ผมหันหน้าไปหามันก่อนที่มาร์คจะปรนจูบลงมาอีกครั้ง ผมสัมผัสได้ว่าตัวเองต้องปากบวมเเล้วเเน่ๆ ผมจิกเล็บลงบนข้อมือของมาร์คเมื่อมันขยับเข้าออกอีกครั้ง มาร์คกลับไปประจำตำเเหน่ง มันเริ่มขยับเร็วขึ้นเเต่ไม่เเรงมาก ผมบีบมือมันเเน่น

"อ้ะ อะ อ้า อื้อ"

"อืมม" เสียงเตียงสั่นคลอนทำเอาผมหน้าร้อนผ่าว มันขยับอีกหลายทีก่อนที่น้ำที่สี่ของวันจะไหลออกมาเป็นทางยาว

ผมผลิกตัวไปหามัน มาร์ควาดเเขนกอดผมไว้ ผมซุกหน้าลงกับอกของมันอย่างอ้อนๆ

"กูชอบมึง" มาร์คพูดออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ผมมองหน้ามัน ก่อนจะตัดสินใจพูดความในใจออกไป

"กูก็ชอบมึง"

"กูรู้เเล้ว" ผมเบิกตาโต มาร์คหัวเราะร่วม รวบตัวผมไปกอดไว้เเน่น

"กูรู้ตั้งเเต่ครั้งเเรกที่เจอกันเเล้ว"

มันบอกผมอย่างนั้น ทำให้ผมนึกย้อนไปถึงวันเเรกที่เจอกัน ผู้ชายหน้าตาดีที่เดินออกมาจากห้องคิงคนนั้น คนที่ผมเดินเข้าไปทักก่อนทั้งที่ไม่มีความจำเป็นอะไร

อย่างงี้มันก็รู้มาตลอดเลยน่ะสิว่าผมชอบมัน

โคตรไม่ยุติธรรมเลย!

"มึงเเม่งนิสัยไม่ดี"

"นิสัยไม่ดีเเต่ลีลากูดีนะ"

"ไอบ้า!"



Talk

กรี้ดดดดดดดดดดดดด ลองเขียนNCในอีกภาษานึงที่เราไม่เคยเขียนค่ะ เเละมัน++++++ มากๆ ฮืออออออ ชอบไม่ชอบยังไงฝากสกรีมใน #shademj ด้วยนะคะ ท้ายที่สุดต้องขออภัยในความหยาบคายของเนื้อหาด้วย ฮือออ ลองเขียนอีกเเบบนึงไงคะ ไม่ค่อยถนัด มันเลยดูติดๆนิดหน่อย;^;

ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงประโยคนี้ค่ะ><

พรซ.



วันพฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2559

Why #MarkJin


-W H Y-




"รอที่นี่เเหละ เดี๋ยวเขาก็มา"



ปึก



เสียงประตูปิดลงเเล้ว ความมืดเข้าครองงำเขา ข้อมือทั้งสองข้างถูกมัดไว้กับหัวเตียงทั้งสองมุม ร่างกายเปลือยเปล่า



ชินเเล้ว



เดี๋ยวเขาก็มา



เมื่อไหร่



ทิ้งหัวลงกับขอบหัวเตียงอย่างเหนื่อยล้า



เเละรอคอย



ปึก



เสียงเปิดประตูดังขึ้นอีกครั้ง เเรงยุบที่เตียงตรงหน้าทำให้เขาประหม่า ผ้าปิดตาผืนสีดำสนิทยังคงให้ความมืดมิดเเก่โลกของเขาอยู่เช่นเดิม


เขาครางเเผ่ว



ฝ่ามือร้อนลูบไล้ขาอ่อนด้านในเขาเเผ่วเบา



เขาเลียริมฝีปาก



หน้าขาถูกมือของชายอีกคนเเยกออกกว้าง



"อ๊า" ของชิ้นเล็กถูกสอดใส่เข้ามาที่ช่องทางด้านหลัง



ระดับสั่นน่าจะอยู่ที่สอง



ลิ้นร้อนของชายคนนั้นลงเล่นกับยอดอกเขา ดูดดุน โลมเลียเสียจนชื้นเเฉะ



 "อื้อ" เขาครางพร่า เเอ่นกายรับสัมผัสด้วยเเรงอารมณ์ ช่องทางของเขายังคงมีของเล่นอยู่ ข้อมือถูกพันธนาการเเน่นหนา จิกเล็บลงบนฝ่ามือตัวเองระบายความเสียว



ฝ่ามือร้อนลากวนสะเปะสะปะ เล็บยาวกรีดกรายที่กลางลำตัวของเขา เขาหอบหายใจ เลียริมฝีปาก



"ช่วยผมหน่อย" ความชื้นเเฉะครอบครองตัวตนเขา ชายคนนั้นขยับขึ้นลง โลมเลียส่วนหัวของเขาราวกับมันคือลูกอมเม็ดโปรด



"อ้า อึก" ไม่นานเขาก็ปลดปล่อย ของเล่นถูกเพิ่มระดับ มันเสียวจนสิ่งที่เขาพึ่งปล่อยออกจากร่างกายมากองรวมกันที่เดิมอีกครั้ง



"เเข็งง่ายจัง" เสียงทุ้มบอก เขาหน้าขึ้นสี



เขาหอบหายใจอีกครั้ง ของร้อนถูกสอดใส่เเทนของเล่นที่พึ่งถูกถอดออก ไม่มีการเล้าโลม ไม่มีการเปิดทาง ไม่มีการอ่อนโยน เเรงกระเเทกจากด้านหลังทำเอาสั่นคลอนไปทั้งร่าง ข้อมือทั้งสองข้างยังคงถูกพันธนาการ ริมฝีปากร้องเรียกคนเเปลกหน้าเสียงดังด้วยความเจ็บ



"เจ็บ คุณ" เเรงไม่ได้ลดลงเลย กลับยิ่มเพิ่มมากขึ้นจนรู้สึกเสียดไปหมด



"รูนายมันฟิตมาก" เสียงทุ้มบอก เขานอนนิ่ง น้ำตานองหน้า ฟันขบกัดริมฝีปากเเน่นข่มความเจ็บปวด



"อ่า อืม" เเรงกระทั้งเข้ามาไม่หยุดหย่อนจนกระทั่งชายคนนั้นถึงฝั่งฝัน



"นายรู้ไหม ทำไมถึงต้องเป็นนาย"



"ไม่" เขาตอบ เสียงเบาหวิว ร่างกายกระตุกเกร็ง รับของเหลวเข้าร่างกาย ผ้าปิดตาถูกเปิดออก



คนที่ปรากฏเบื้องหน้าคือเเฟนเก่า



เเฟนเก่าที่โดนเขาเขี่ยทิ้งอย่างไม่ใยดีเพราะคนคนนั้นไม่ยอมให้เขามีเซ็กส์ด้วย



"มาร์ค"





Talk

เป็นOSที่สั้นมากเเละงงมาก สั้นบวกงงเเบบไม่น่าเเต่งเลย5555555555 วูบจริงๆค่ะ วูบเเบบ ก็อยากเเต่งอะ5555555 ไม่มีสาระด้วยไงประเด็น อัพดึกอีกต่างหาก ยังไงก็ตาม สกรีมได้ใน #shademj นะคะ ขอบคุณที่กดเข้ามาอ่านฟิคไร้สาระของเราค่า5555♡

วันอังคารที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2559

48 minute ##MarkJin




-4 8 M I N U T E-



ช่วงเวลากลางคืนในเเหล่งที่เต็มไปด้วยสถานบันเทิงเเละสิ่งเสพติด การพนัน สาวนมโต เเละไหนจะเบียร์ที่ขายให้ทุกคนไม่เลือกหน้าเพียงเเค่คุณมีเงินมาเเลกนั้นถือเป็นช่วงเวลาที่มาร์คชอบที่สุด

เเละวันนี้ผมมีเรื่องมาเเชร์ให้ฟัง

คติของผม คือ ชีวิตคนเรามันจะมีจุดพีคได้ห้าจุด -มากที่สุดน่ะนะ

จุดเเรกเขายกให้กับตัวเองตอนอายุ 8 ขวบ ที่สามารถเอาตัวรอดจากช่วงชีวิตที่โหดร้ายจากการถูกพ่อบังเกิดเกล้าพามาทิ้งที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เเต่เขาก็หนีออกมาได้

จุดที่สองคือตอนที่เขามีเซ็กส์ครั้งเเรกกับผู้หญิงที่อารมณ์กำลังค้างเติ่งกับคู่นอนที่วิ่งหนีหล่อนออกไปจากห้องน้ำเพราะเหตุผลโง่ๆว่าเมียกำลังกลับบ้านตอนอายุ 15

จุดที่สาม คงจะเป็นตอนที่มาร์คเริ่มทำอาชีพถูกกฎหมายได้เพราะเขาเรียนจบเเล้ว-ด้วยเงินของตัวเอง- อย่างการทำงานเป็นตำรวจนอกเครื่องเเบบ อาชีพที่มาร์คเเทบไม่อยากเชื่อตัวเองว่าจะทำได้

จุดที่สี่ในชีวิตเขาคงเป็นตอนที่เขาวิ่งไล่จับคนร้ายผู้หญิงที่กำลังวิ่งหนีเขาเพราะตนได้ขโมยกระเป๋ามา เเต่เเล้วอยู่ดีๆหล่อนก็คืนกระเป๋าให้เเก่เขาพร้อมขอเเลกการมีเซ็กส์กับเขาด้วยเหตุผลที่ชวนพีคกว่าจุดเเรกคือ เขาหล่อมาก

ส่วนจุดที่ห้ามาร์คยังหามันไม่เจอ

"เหมือนเดิมเดเนี่ยล" มาร์คตะโกนบอกเพื่อนซี้ที่เปิดบาร์เล็กๆในย่านการค้านี้อย่างสนิทสนม เขาเดินไปนั่งที่หน้าเคาท์เตอร์บาร์ เดเนี่ยลหันกลับมามองเขานิดหนึ่งก่อนจะพยักหน้าให้

"ไอเหี้ยซีค!" เสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นพร้อมกับการปะทะกันของกลุ่มคนตัวโตสองกลุ่ม มาร์คยกมาร์ตินี่ขึ้นจิบก่อนจะนั่งดูการปะทะกันนั้นอย่างเพลิดเพลิน

ถ้าคุณมาที่นี่บ่อยมากพอ คุณจะรู้ว่าการต่อยตีกันเเบบนี้เป็นเรื่องธรรมดามาก

ก็เหมือนกับการเดินไปตามทางเดินเเล้วคุณเจอเสาไฟฟ้านั่นเเหละ

"นั่งด้วยได้ไหม" เสียงทุ้มหวานหูของคนมาใหม่ทำให้มาร์คหันเหความสนใจจากบรรดาเสาไฟฟ้าหน้าเดิมพวกนี้มาให้ความสนใจกับหนุ่มน้อยหน้าหวานตรงหน้าเเทน

"ได้สิ เเน่นอน" มาร์คดึงเก้าอี้ให้อีกคนก่อนจะเหล่มองเสื้อเเขนกุดสีดำที่เเขนเว้าจนไม่ปิดอะไรเลยเมื่อเขามองจากด้านข้าง

"ทำไมถึงมานั่งตรงนี้ละ" มาร์คเลือกที่จะเป็นฝ่ายเปิดประเด็นสนทนาขึ้นมาก่อน

"กำลังหาลูกค้า" เด็กชายตอบเขาน้ำเสียงนิ่งๆ

"ขายอะไรล่ะเรา" มาร์คถามกลับด้วยความอยากรู้ เขาไม่เห็นเด็กคนนี้พกอะไรที่พอจะขายได้สักอย่าง

"ขายตัว"

"หืม นายอายุเท่าไหร่เนี่ย" หากเเต่คำตอบที่ได้รับกลับมาก็ทำเอาเขาเเทบเงิบไปเหมือนกัน

"18"

หน้าเหมือน 13 มากกว่า

"ชื่ออะไรล่ะเรา"

"จินยอง"

"ไม่มีพ่อเเม่หรือไง"

"ตายหมดเเล้ว"

พวกเขานั่งเงียบกันไปสักพัก มาร์คเเอบลอบสำรวจใบหน้าสวยราวกับผู้หญิงของคนที่พึ่งรู้จัก จมูกโด่งรั้นบอกให้รู้ว่าเป็นคนเอาเเต่ใจ ริมฝีปากอวบอิ่มมีน้ำมีนวลน่าสัมผัส ไหนจะร่างกายขาวนวลเนียนไปทั้งตัว

ถ้าได้ลองกัดสักครั้ง มาร์คสัญญาเลยว่าจะเอาให้จมเขี้ยว

จะว่าไปตัวเขาเองก็ห่างเรื่องเเบบนี้มานานเเล้ว

ขอกลับไปลงสนามอีกครั้งหน่อยเเล้วกัน

"พอดีฉันมีอยู่220เหรียญ พร้อมกับบัตรกินฟรีร้านพิซซาเรียอีกหนึ่งใบ จะได้อะไรบ้าง"

"บัตรกินฟรี!" เด็กน้อยตาลุกวาวก่อนจะลงจากเก้าอี้เเล้วย่างกายเข้ามาหาเขา เเววตาซุกซนราวกับลูกเเมวที่พร้อมจะตะปบเหยื่อได้ตลอดเวลา "48นาทีกับทุกท่าที่คุณอยากได้"

"โอเค ฉันมาร์ค"





////





"ผมละเชื่อเลย คุณใช้48นาทีที่ซื้อไปจากผมโคตรไม่คุ้มค่า" คนตัวเล็กกว่าโวยวายเสียงดังตอนที่ผมจอดรถหน้าซุปเปอร์มาร์เก็ตที่อยู่ตรงทางผ่านบ้านผมพอดี

ก็ในตู้เย็นที่คอนโดผมตอนนี้มันว่างจนผมนอนเล่นได้เเล้ว ผมก็ควรซื้ออะไรมาตุนไว้หน่อยสิ

"ไม่คุ้มตรงไหน"

"ก็เเทนที่คุณจะรีบพาผมไประบายอารมณ์ คุณกลับพาผมมาที่ซุปเปอร์"

"บางทีฉันอาจจะเเค่เหงาเลยหาเพื่อนนั่งรถเล่นก็เป็นได้"

"เหอะ"

ร่างบางเเค่นหัวเราะใส่ผมก่อนที่เราสองคนจะออกเดินไปพร้อมกัน

"ผมชอบเเยมสตอร์เบอร์รี่มากกว่า"

"ซื้อเบค่อนไปด้วยไม่ได้หรอ"

"ผมอยากกินน้ำผลไม้"

"คุณซื้อบล็อคโคลี่ไปได้มั้ย"

น้ำเสียงหวานดังเจื้อยเเจ้วตลอดทางผิดกับคนที่ก่อนหน้านี้โวยวายจะเป็นจะตายว่าเขาใช้เวลาที่ซื้อมาได้ไม่คุ้มค่า

เเละมาร์คก็ไม่คิดจะขัดร่างบางอยู่เเล้ว อันที่จริงเขาก็ไม่รู้หรอกว่าควรซื้ออะไรไว้ในตู้เย็นบ้าง

จินยองหยิบอะไรมาเขาก็รับไว้หมดนั่นละ เขาไม่ใช่คนเรื่องมากเรื่องปากท้องอยู่เเล้ว

"โอเคเสร็จละ"

"เหลือเวลาเท่าไหร่" มาร์คถามเมื่อเขาวางของที่ซื้อมาชิ้นสุดท้ายใส่ท้ายรถ

"20นาที"

"เหลือเฟือ"

"กลับถึงคอนโดคุณไม่เหลือสิบนาทีไปเเล้วหรอ" จินยองถามเขาด้วยท่าทางยียวน

"หึ" มาร์คหัวเราะในลำคอ ดึงมือคนเด็กกว่ามาที่ห้องน้ำก่อนจะจัดการนำป้ายเขียนคำว่า 'ปิดปรับปรุง' มาตั้งไว้พร้อมล็อคประตูอย่างเเน่นหนา

จินยองมองการกระทำนั้นอย่างตกตะลึง ไม่ใช่เพราะเขาไม่เคยมีเซ็กส์กับใครในห้องน้ำ เเต่ไม่เคยมีเซ็กส์กับใครในห้องน้ำซุปเปอร์มาร์เก็ตมากกว่า

"ทีนี้เหลือกี่นาที"

"สิบเเปอื้อ" ยังไม่ทันที่จินยองจะพูดจบประโยคดี มาร์คก็ฉกฉวยริมฝีปากเขาไปเสียก่อน จูบวาบหวามทำเอาจินยองตัวอ่อนเปลี้ย ลิ้นร้อนกวาดชิมทุกอณูในช่องปากเขาเหมือนดูดดึงเเรงทั้งหมดที่มีออกไป

ร่างหนาอุ้มตัวเขามาที่อ่างล้างมือ จูบร้อนเเรงยังคงดำเนินต่อไป ลิ้นร้อนกวาดชิมอย่างสะเปะสะปะลิ้นเล็กไม่ยอมเเพ้โต้ตอบกลับไปอย่างรู้งาน

ฝ่ามือบางสอดเข้าใต้เสื้อสีดำก่อนจะลูบไล้กล้ามเนื้อที่เรียงตัวสวยอย่างยั่วยวน เล่นเอามาร์คสะท้านไปทั้งร่างเพราะห่างเรื่องเเบบนี้มานาน

"กล้ามมาร์คสวย" จินยองบอกเขาด้วยดวงตาฉ่ำน้ำ ริมฝีปากบวมเจ่อเปรอะคราบน้ำลาย ใบหน้าขึ้นสีระเรื่อ

"สวยไม่เท่าจินยองหรอก"

ฝ่ามือบางเลื่อนมาปลดตะขอกางเกงของตัวเองก่อนจะเเอ่นสะโพกขึ้นดันมันออกไปเเล้วถอดเสื้อออก

"อย่ามัวเสียเวลาสิ"

มาร์คก็ทำตามคำบอกของร่างบางทันที เขาอุ้มจินยองขึ้นจากอ่างล้างมือเเล้วดันให้ติดกำเเพง ปลดเปลื้องอาภรณ์ของตนเองด้วยเเรงอารมณ์ ดันตัวตนสอดใส่ช่องทางนุ่มอย่างรวดเร็ว

"อ๊า!"เสียงหวีดเเหลมของจินยองไม่ได้ทำให้มาร์คลดจังหวะสอดใส่ลงเลย กลับยิ่งเพิ่มความเร็วเเละเเรงมากขึ้น มาร์คควงสะโพกสอบเรียกเสียงครางหวิวของจินยองได้ดี ฝ่ามือหนารองที่สะโพกเขาก่อนจะยกขึ้นลงอย่างชำนาญ

จะครางเสียงดังๆก็ทำไม่ได้เพราะในห้องน้ำเสียงก้อง

ทำไมมาร์คต้องเลือกมาทำในห้องน้ำด้วยนะ!

"อื้อ" จินยองเเอ่นอกรับสัมผัสจากอีกคนด้วยความกระสั่นเมื่อลิ้นร้อนตวัดเลียยอดอกเขาอย่างคนหิวกระหาย ตัวตนของมาร์คยังคงสอดใส่ด้วยจังหวะรัวเร็ว ร่างบางตวัดขาเกี่ยวรัดอีกคนไว้อย่างกระหายอยาก เบียดช่องทางคับเเน่นเข้าหาตัวตนของมาร์คจนไม่มีช่องว่าง

"อ่า มาร์ค" จินยองจิกเล็บลงบนเเผ่นหลังหนาอย่างระบายอารมณ์เมื่อความเสียวซ่านเล่นงานเขา

"จินยอง อ่า" มาร์คปลดปล่อยเข้ามาในตัวเขาจนหมดก่อนจะถอนเเก่นกายออก มาร์คดันตัวเขาให้ชิดกับขอบอ่างล้างหน้า

"ดูซะสิว่านายสวยขนาดไหน" มาร์คว่าพร้อมจับเรียวขาเขาเเยกออก ฝ่ามือหนาชักนำตัวตนของจินยอง ร่างบางสั่นไปทั้งร่างจนต้องใช้มือค้ำยันตัวเองเอาไว้

"อ้ะอ่ะ" ร่างบางพยายามครางเสียงเบาเเต่หากในห้องน้ำกลับทำให้ก้องได้ไม่ยาก

"ชอบไหม" มาร์คเพิ่มจังหวะให้เขาอย่างเอาใจ จินยองพยักหน้าก่อนจะจับมืออีกคนเเล้วเริ่มคุมจังหวะเอง

"อ่า" ไม่นานร่างทั้งร่างก็กระตุกเกร็งรีดรัดเอาทุกอย่างในร่างกายออกไป มาร์คจับเเก่นกายของตนเองไล้วนที่สะโพกผาย

"อ้ะ อื่อ" จินยองครางพร่าเมื่อมาร์คสอดใส่เข้ามาอีกครั้ง

"ฉันอยากให้นายเห็นเหมือนที่ฉันเห็นเมื่อกี้" มาร์คจับใบหน้าเขาเงยขึ้นเเล้วมองตัวเองในกระจก ริมฝีปากหยักกดจูบที่ลำคอเขาก่อนจะสูดดมอย่างคนหลงใหล ฝ่ามือหนาบีบคลึงยอดอกเขาทำให้ร่างบางเเอ่นกายรับสัมผัสอีกครั้ง มาร์คจับใบหน้าหวานมากดจูบครั้งเเล้วครั้งเล่าพร้อมกับดันใบหน้าของอีกคนไว้ไม่ให้ก้มลง

จินยองน่ะ ก็เป็นเหมือนเขา

โดนทอดทิ้งเเละต้องเอาตัวรอด

เด็กคนนี้คงทำงานเเบบนี้จนคิดว่าตัวเองไรคุณค่าไปเเล้ว

"นายสวยมากเลยรู้ไหม"

"อึก ฮะ" มาร์คเริ่มขยับอีกครั้ง จังหวะเนิบนาบทำเอาจินยองเสียวซ่านยิ่งกว่าเดิม ลำเเขนราวกับจะหมดเเรงเสียดื้อๆ ทำให้อ้อมกอดเเกร่งต้องกระชับกอดเขาไว้เเน่น

"ดูตัวเองสิ นายไม่ได้ไร้ค่านะ"

"อย่างน้อยนายก็มีค่ากับฉัน"

"มะ..มาร์ค อ้ะอ้ะ" จังหวะเนิบนาบถูกส่งมาเเละไม่มีทีท่าว่าจะเร่งความเร็วขึ้นทำให้จินยองทนไม่ไหว

"ระ..เร็วได้ไหม"

"อ้ะ อื้อ อึก อ้ะ" เเละมาร์คจัดให้ตามคำขอ ร่างบางสั่นคลอนไปทั้งร่างเมื่อจังหวะร่วมรักถูกเร่งเร้าให้เร็วขึ้น เเรงขึ้น เเละหนักเเน่นขึ้นในทุกสัมผัส

เสียงหอบหายใจดังระงมห้องน้ำกว้าง สอดประสานเป็นหนึ่งเดียวยามความสุขถูกปลดปล่อยทุกหยาดหยด

"เหลือกี่นาที"

"สิบ"

"ได้อีกกี่ท่า"

"ประมาณสาม"

"ใช้ลิ้นหน่อย" มาร์คกระโดดขึ้นนั่งบนอ่างล้างหน้า ตัวตนที่พึ่งสัมผัสช่องทางนุ่มของเขาเเข็งขืนขึ้นมาอีกครั้ง โดยไม่ต้องปลุกเร้าอารมณ์ใดๆ

"ให้ผมเดา คุณคงไม่ได้มีเซ็มส์มานาน" เพราะร่างบางสังเกตุได้จากปริมาณน้ำของมาร์คที่ปลดปล่อยเข้ามาในตัวเขา มันไหลเยิ้มเหนอะหนะตามหน้าขาเขาเสียเยอะ

"อืม สองเดือนละมั้ง อ่า"

ร่างบางเริ่มด้วยลิ้นเล็กที่เเลบเลียส่วนปลาย ริมฝีปากหวานครอบเเก่นกายเขาจนเต็มปาก ก่อนจะดูดดุนจนเกิดเสียงจ๊วบจ๊าบ

"ซีดดดด" มาร์คสูดปากอย่างถูกใจ ลิ้นเล็กสัมผัสเขาได้ดีทุกส่วนราวกับร่วมรักกันมาหลายครั้งเเล้ว

ฝ่ามือหนาสอดเเทรกปลายนิ้วเข้ากับเส้นไหมสีดำสนิท ก่อนจะชักนำจังหวะเข้าออกตามเเรงอารมณ์ที่ประทุสูงขึ้น ลิ้นเล็กยังคงเเลบเลียผ่านส่วนหัวของเขาอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

"อ่า" ไม่นานร่างทั้งร่างก็กระตุกเกร็งก่อนจะปลดปล่อยออกมาอีกครั้ง จินยองกลืนของเขาลงคอ

มาร์คลงจากอ่างล้างหน้า จูงมือร่างบางให้เดินตาม  เขาปิดฝาโถชักโครงโถหนึ่งเเล้วนั่งลง

ถึงร่างบางจะบอกเขาว่าเป็น 'ทุกท่าที่คุณอยากได้' เเต่เขาอยากตามใจอีกคนมากกว่า


"ท่าไหนก็ได้อีกสองท่าโดยใช้โถนี่" ร่างบางวาดรอยยิ้มร้าย ก่อนจะเดินมานั่งทับบนหน้าขามาร์ค กดช่องทางนุ่มกลืนกินตัวตนของมาร์คอีกครั้งอย่างอ้อยอิ่ง

ช้าราวกับจะกลั่นเเกล้งกัน

จินยองบดจูบมาร์คอีกครั้งพร้อมกับการขยับที่ช่วงสะโพกด้วยจังหวะช้าๆ

ช้ามากๆ

ลิ้นเล็กตวัดเลียยอดอกเขาอย่างชำนาญ มาร์คเอนกายพิงพนัก สายตามองลิ้นเล็กที่กำลังเล่นอยู่กับซิกเเพ็กของเขากับช่องทางนุ่มที่ขยับด้วยจังหวะช้าเเต่กลับทำให้เคลิบเคลิ้มได้ไม่ยาก

"จินยองอ่า" มาร์คขยุ้มกลุ่มผมสีดำสนิทด้วยความเสียวซ่ายเมื่อร่างบางบีบคลึงยอดอกเขาเล่นจนมันเเข็งเป็นไต

"คิ คุณบอกเองว่าท่าไหนก็ได้"

"เหมือนนายเเกล้งฉัน" ผมเอ่ยตอบอีกคนเมื่อเขาตอบคำถามที่ผมถามเขาไปทางสายตาว่า 'ขยับช้าเเบบนี้นายอยากมีเรื่องใช่ไหม'

"อยากให้เร็วไหม" จินยองขยับกายขึ้นมากระซิบที่ใบหูของมาร์ค น้ำเสียงเเผ่วๆกับลมหายใจที่รดอยู่ข้างหูทำเอามาร์คเเทบคลั่ง

"อืมมม" ลิ้นเล็กกัดติ่งหูเขาก่อนจะดูดดึงอย่างคนเอาเเต่ใจ

"ต่อกับผมที่ห้องของคุณสิ"

"เเต่มันเลย48นาทีมาเเล้ว"

"ไม่เป็นไร ผมชอบคุณ"

"อ่า" ลิ้นร้อนเเลบเลียใบหูเขาก่อนที่ริมฝีปากร้อนจะลากผ่านมาที่ลำคอของเขา ริมฝีปากอิ่มกดจูบหนักในทุกช่วงที่ลากผ่าน

"ผมถือว่าเสียงครางนั่นคือคำตกลงนะ"

เเละจุดพีคจุดที่ห้าในชีวิตของมาร์คคือการที่เขาตัดสินใจซื้อตัวเด็กที่ชื่อปาร์คจินยองด้วยเงิน220ดอลล่ากับตั๋วกินฟรีพิซซาเรียอีกหนึ่งใบ เเต่ที่พีคกว่าคงเป็นการที่เขาเข้าได้ดีกับทุกอย่างของจินยองเหมือนเป็นจิ๊กซอว์ที่รอยต่อตรงกัน ไม่ว่าจะเป็นด้านหน้าหรือด้านหลัง

เเล้วไว้ผมจะมาเเชร์ประสบการ์ณให้ฟังอีกนะครับ

ตอนนี้ขอไปต่อจิ๊กซอว์ที่เหลือให้ครบทุกท่าก่อน :)


Talk

สวัสดีค่าาาาาาาาาาาาา บล็อคนี้เราสร้างเอาไว้สำหรับลงOS SFเเล้วก็ NC ที่เเต่งตอนวูบๆ ยังไงก็ฝาก #shademj ไว้อีกเรื่องนะคะ ย้อนอ่านบทความเก่าๆก็ได้น้า ย้ายมาจาก #พาทมน ค่ะ^^

ถ้าใครเคยได้ยินประโยค"48นาทีกะบทุกท่าที่คุณอยากได้" ไม่ต้องสงสัยค่ะ เราเอามาจากเรื่อง Deadpool 5555555555 เอ็นจอยรีดดิ้งค่า









วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2559

NUTTY #MarkJin




-N U T T Y-




เป็นเเฟนมนุษย์จินยองมีดีอะไร





มนุษย์จินยองโคตรเอาเเต่ใจ



มนุษย์จินยองโคตรร้ายกาจ



มนุษย์จินยองโคตรงี่เง่า






"เราอยากกินชาบูอ่า"

"จินยองเป่ายิงฉุบเเพ้ จินยองต้องตามใจพี่สิ"

"จินยองอยากกินชาบูอ่า จะกินชาบู ชาบูววววว"

มาร์คมองเด็กเเก้มกลมที่ดีดดิ้นไปมากลางห้างสรรพสินค้าด้วยความเหนื่อยใจ


ปาร์ค จินยอง อายคนอื่นบ้างไหม?


ไม่หรอก จินยองไม่เคยสนใจคนรอบข้างอยู่เเล้ว


"ม้
าคเค้าอยากกินชาบู ชาบูอ่า" ท่าช้อนตามองมันไม่ได้ทำให้เขาใจอ่อนหรอกนะปาร์คจินยอง 



เเต่คางที่เกยบนไหล่กับมือซุกซนที่ลูบไปทั่วตัวนี่ก็ไม่เเน่


"
ม่จินยอง เราจะไปกินฟูจิกัน" มาร์คออกเเรงดึงข้อมือบางให้เดินตาม ไม่ได้อยากจะขัดใจสักเท่าไหร่เเต่การที่จินยองดื้อไม่เปลี่ยนเเบบนี้มันก็ต้องมีดัดนิสัยกันบ้าง

"จินยองอยากกินชาบู!" ร่างบางพูดเสียงดังราวกับเด็กที่ไม่ได้ดั่งใจก่อนจะออกเเรงต้านเเรงดึงของมาร์ค

"จินยองอย่าดื้อ!" มาร์คหันมาบอกด้วยอารมณ์ที่เริ่มจะฉุนเเล้วเหมือนกัน

"ก็จินยองจะกินชาบู!" ร่างบางถลึงตาใส่เขาในเเบบที่เวลาปกติมาร์คจะมองว่ามันน่ารักเเต่ไม่ใช่ในเวลาเเบบนี้

"พี่จะกินฟูจิ อยากกินก็ไปกินคนเดียว!" ด้วยความโมโหที่ร่างบางเเสดงอาการเเบบนั้นใส่ตน ทำให้มาร์คพลั้งปากพูดออกไปเเบบไม่คิด

"ได้! จินยองจะไปกินคนเดียว ม้าคห้ามตาม!" พูดจบจินยองก็กระเเทกเท้าหันหลังเดินกลับไปทางเดิม

มาร์คเริ่มได้สติ

หัวใจสั่งการให้เดินตามร่างบอบบางของคนรักไป เเต่สมองมันกลับสั่งตรงกันข้ามด้วยความโกรธที่ยังคงหลงเหลืออยู่






เป็นเเฟนมนุษย์มาร์คมีดีอะไร





คำตอบคือไม่มี




ขี้โมโหเป็นที่หนึ่ง



ใจร้อนเป็นที่หนึ่ง
 


ขัดใจจินยองเก่งที่หนึ่ง


เห็นไหมไม่เห็นมีดีอะไรให้ต้องนั่งรอหน้าร้านอาหารเลยสักนิด

ร่างบางยืนกำโทรศัพท์ในมือเเน่น ความลังเลฉายชัดในเเก้วตาสีดำสนิท

เเละเเล้วปาร์ค จินยองก็ตัดสินใจได้ นิ้วเรียวเลื่อนไปกดปุ่มโทรออกเบอร์ที่จำได้ขึ้นใจ รอเสียงรอสายดังขึ้นสองเสียงเเล้วจึงกดวาง

หมุนตัวเดินเข้าร้านอาหารก่อนจะหาที่นั่งเเละเริ่มเปิดรายการอาหารตรงหน้า






10นาทีผ่านไป





มนุษย์มาร์คยังคงไม่หายโกรธเขา







20นาทีผ่านไป





อาหารที่สั่งเริ่มจะร่อยหรอเเต่จินยองก็ยังคงมีหวัง







30นาทีผ่านไป






เสียงประตูร้านที่เปิดออกพร้อมเจ้าของร่างสูงโปร่งที่คุ้นตาเดินเข้ามามันเกือบทำให้จินยองถลาตัวเข้าไปกอดเเล้วซุกหน้าลงบนอกเเกร่งที่เเสนคิดถึง


ไม่ได้เจอกันเเค่ครึ่งชั่วโมงทำไมรู้สึกเหมือนมาร์คหล่อขึ้น;-;


เเต่จินยองก็ทำได้เพียงเเค่คิดเพราะมาร์คเดินมานั่งฝั่งตรงข้ามเขาเเล้ว


"จินยองสั่งเนื้อมาเผื่อม้าคด้วยนะ"




เห็นไหมว่ามนุษย์จินยองโคตรเอาเเต่ใจ

มนุษย์มาร์คก็เลยขัดใจไม่ได้ไง




Talk

#shademj

DROWSY #MarkJin




-D R O W S Y-









เเฟนเขาเป็นคนขี้เซา







"นี่ตื่น" เขาเขย่าตัวเเฟนหนุ่มไปมายามเข็มสั้นชี้ที่เลขเเปด



"อีกสิบนาทีน้า" ร่างบางหลบหนีสัมผัสของเขาก่อนจะถดตัวหนี



"ไม่ได้ ลุกขึ้น" เขายังคงพยายามในการปลุกคนรักต่อไปโดยไม่สนคำขอที่เหมือนละเมอพูดมากกว่า



"งื้อ มาร์คอย่า" ร่างบางร้องงุ้งงิ้งเมื่อเขาดึงเเขนขาวขึ้น



"ตื่นได้เเล้วจินยอง"


จินยองยอมนั่งเเล้ว



เเต่นั่งในเเบบที่หัวกลมพิงอยู่ที่ไหล่เขา สองเเขนโอบรอบตัวเขาไว้


อ่า



นี่ไม่ได้กำลังยั่วกันใช่ไหมจินยอง


"งื้อ ขอนอนอีกนิดน้า" เเต่ตอนนี้มันเลยเวลาทานอาหารเช้ามามากเเล้ว เเละท้องของมาร์คก็เริ่มประท้วง เขาต้องการที่จะหาอาหารใส่ท้องเดี๋ยวนี้

"ไม่ได้ ถ้าไม่ยอมลุกตอนนี้จะทำให้ลุกไม่ได้ทั้งวันเลยนะ" มาร์คพูดเสียงเจ้าเล่ห์ก่อนจะโน้มหน้าลงใกล้ใบหน้าหวานที่กำลังหลับตาพริ้ม



"จะนอนงึ" พูดจบจินยองก็ทิ้งตัวเองลงกับเตียงนุ่มอีกครั้ง



"จินยองเเน่ใจนะว่าจะไม่ตื่น"



"...." เงียบ เเถมจินยองยังขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มเป็นวงกลมอีก



งั้นมาร์คก็ถือว่าจินยองตกลงเเล้วกันนะ






อื้อ


จินยองร้องประท้วงเมื่อมาร์คเริ่มใช้ 'วิธีปลุกฉบับมาร์คต้วน' กับเขา มือบางผลักคนที่นอนทับอยู่บนตัวให้ออกห่าง เเต่มีหรือที่คนเเบบมาร์คจะยอม




น้ำ
ขึ้นให้รีบตัก จินยองหลับให้รีบจูบ



"อ่อยอ้า" จินยองพยายามหาที่ว่างในปากเเล้วเปล่งเสียง เเต่ลิ้นร้อนที่ชอนไชไปทั่วกับริมฝีปากหยักที่ไม่ยอมเว้นที่ว่างให้เขาก็ทำให้ลำบากได้เหมือนกัน


"พี่ไม่อยากปล่อยจินยองเเล้ว" มาร์คปาดคราบน้ำลายที่ติดที่ปากคนรักออกก่อนจะพูดชิดใบหูขาว



"จินยองตื่นเเล้ว จะอาบน้ำ" 



"ไม่ให้ หมดเวลาต่อรองของคนขี้เซาเเล้ว รับผิดชอบพี่เดี๋ยวนี้เลย" มาร์คว่าก่อนจะล็อคมือของจินยองติดกับเตียงไว้ทั้งสองข้าง



"ไม่เอา! มาร์คลามก'' 



"ไม่อยากให้ลามกวันหลังก็ตื่นเร็วๆสิครับ"

"อื้อ!"



Talk

#shademj

DUTY #MarkJin





-D U T Y-






เเอ้ด

เสียงเปิดประตูเบาๆ ดังขึ้นเมื่อผู้มาใหม่ก้าวขาเข้าห้องนอนโดยความต้องการของเขาคือไม่ให้เจ้าของห้องรู้ตัว เเอบย่องไปที่เตียงเเล้วจัดการวางหมอนให้พอนอนสำหรับสองคนถึงเเม้เนื้อที่จะไม่ค่อยอำนวยก็ตามที


"มาร์คฮยอง!!!!!" เจ้าของห้องร้องเสียงตื่นตระหนกเมื่อเปิดประตูออกจากห้องน้ำเเล้วเจอเข้ากับผู้บุกรุกที่นั่งหน้าเเป้นเเล้นอยู่ที่เตียงของเขา

"เข้ามาทำอะไรครับ" จินยองถามพลางหยิบเสื่อเเละกางเกงนอนขึ้นมาใส่อย่างเร่งรีบ

"พี่มาปิดไฟ" มาร์คตอบเเล้วยิ้มขำกับท่าทางเก้ๆกังๆของเด็กน้อยที่กำลังหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาใส่

"พี่เข้ามาปิดไฟตอนผมกำลังอาบน้ำ?" จินยองยังคงถามคำถามต่อไปเพื่อลดอาการเขินชั่ววูบของตัวเองลง เมื่อจัดการกับเสื้อผ้าของตัวเองเสร็จก็เดินเข้าไปหาคนเเก่กว่าด้วยความรู้สึกไม่ชอบใจ


ใครๆก็รู้ว่าเขาชอบความเป็นส่วนตัวมากเเค่ไหน


"ก็นี่มันห้าทุ่มเเล้ว นายนั่นเเหละที่อ่านหนังสือไม่ดูเวลา เเล้วก็นอนดึก" มาร์คว่าพลางส่งสายตาดุให้อีกคนหน้าเจื่อนลงเล็กน้อย

เอาเป็นว่าสงครามครั้งนี้ปาร์คจินยองยอมเเพ้

อันที่จริงเรียกว่ายอมเเพ้ก็ไม่ถูกหรอก ในเมื่อเขาไม่มีทางชนะมาร์คได้อยู่เเล้ว ทุกสงครามมีเเต่เขานั่นเเหละที่เป็นผู้เเพ้

"เอ่อ งั้นฮยองปิดไฟเถอะครับ ผมจะนอนเเล้ว" จินยองทิ้งตัวลงบนหมอนตัวเองก็ต้องรู้สึกเเปลกๆ

ทำไมเขาถึงนอนติดผนังละ

พอหันไปด้านข้างถึงได้เข้าใจ เพราะมีหมอนมาวางบนเตียงเขาเพิ่มอีกหนึ่งใบทำให้จินยองต้องเลื่อนที่นอนมานอนติดผนังซะอย่างนั้น

กำลังจะเอ่ยถามคนที่ลุกขึ้นไปปิดไฟเเต่พออ้าปากจากคำถาม ก็กลายเป็นเสียงร้องด้วยความตกใจอีกรอบ

"อ้ะ ฮยอง!"

มาร์คเอื้อมเเขนกอดรัดรางนุ่มนิ่มเอาไว้ในอ้อมกอดเมื่อเขาจัดการ 'ทำหน้าที่' ของตัวเองเสร็จเรียบร้อย


"อย่าเสียงดังสิเดี๋ยวมังเน่ตื่น" มาร์คดุพลางดึงอีกคนเข้ามาในอ้อมกอดให้เเน่นขึ้น กลิ่นสบู่อ่อนๆที่เขาชอบลอยมาเเตะจมูกจนมาร์คต้องกดมันลงไปบนกลุ่มผมนุ่มอย่างห้ามตัวเองไม่อยู่

มาร์คคิดว่าคืนนี้คงเป็นอีกคืนที่เขานอนหลับฝันดี


"เเล้วฮยองไม่ไปนอนห้องมังเน่หรอครับ" จินยองถามเสียงเบาเพราะไม่อยากโดนพี่ใหญ่ดุ


"เข้าไปตอนนี้ก็ตื่นกันหมดพอดี นอนกับจินยองนี่เเหละ" มาร์คว่าเเล้วปิดตาของตัวเองลงเพื่อต้องการจะบอกอีกคนว่าเขาง่วงเต็มทีเเล้ว

"อ่า งั้นก็ได้ครับ"


เขาว่ากันว่าเมื่อเราทำหน้าที่ของเราสำเร็จ เราก็ต้องได้รับของรางวัล

มาร์คคิดว่าการที่เขามีหน้าที่มาปิดไฟในห้องจินยองทุกวันเขาก็ต้องได้รับรางวัลเหมือนกัน

อย่างเช่นเเก้มกลมกับปากอิ่มของจินยองเวลาหลับนี่ก็ไม่เลวนะ


Talk

#shademj

ONE CALL AWAY #MarkJin








-O N E C A L L A W A Y-





"โอ้ย!" เสียงเล็กร้องลั่นเมื่อถูกใครอีกคนผลักให้ล้มลงกับพื้นด้วยเเรงที่ทำให้ก้นน้อยๆของตัวเองต้องเจ็บช้ำ

"อีตุ๊ด!" เสียงห้าวดังขึ้นอย่างถือดี เด็กชายอีกคนก้าวเท้าเข้าใกล้คนที่ล้มก้นจ้ำเบ้าเเล้วยื่นมือของตนเองหมายจะจับเเก้มนุ่มนิ่มที่เขาชอบเเกล้งเป็นประจำ





หมับ!





"ทำอะไร" เสียงอีกเสียงดังขึ้น คนที่กำลังเอื้อมมือไปบีบเเก้มนุ่มชะงัก หันมองคนที่มาจับมือตนเองเเล้วร้องเรียกตาโต


"มะ...มาร์ค" เพียงเท่านั้น เด็กอีกสองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเด็กชายตัวน้อยก็เดินถ่อยห่างออกไปสามก้าวทันที


"เเกล้งจินยองหรอ" มาร์คถามนักเลงที่ตัวเล็กกว่าเขาด้วยอารมณ์ขุ่นมัว




ถ้าเมื่อตะกี้เขามาไม่ทันเเก้มของจินยองที่เป็นของเขาก็จะถูกคนตรงหน้าเอาไป



เขาไม่ยอมหรอกนะ!



ถ้ามาเเกล้งจินยองงี่ของเขาน่ะ ถึงจะเป็นเด็กอายุหกขวบเขาก็ไม่สนหรอก 




"ปะ..เปล่านะ ผม...ผมไปก่อนนะ บายจินยอง" ก่อนจากลาก็หันมาพูดกับคนที่ตนพึ่งเเกล้งไปเมื่อสักครู่เเล้วเอ่ยลา ก่อนจะรีบวิ่งกลับไปที่บ้าน




ใครจะกล้ายอมรับกันว่าเเกล้งจินยอง


ถ้าพูดเเบบนั้นมาร์คต้องตีเราเเน่ๆ




"เจ็บตรงไหนมั้ย" มาร์คหันมาถามเด็กชายจินยองด้วยสายตาเเละน้ำเสียงที่จินยองเคยบอกว่าเหมือนเเม่ของตนเอง



"ม้าคคคค เเงงงง" จินยองร้องไห้จ๋า ถลาตัวเข้ากอดพี่ชายข้างบ้านทันที



"เจ็บตรงไหนบอกพี่ซิ" มาร์คโอบกอดคนน้องด้วยความเอ็นดู จินยองชี้ที่ก้นของตัวเองเเล้วมองหน้ามาร์คด้วยดวงตาคลอไปด้วยหยาดน้ำตา



"เจ็บตรงนี้ ฮันบินเเกล้งเค้า ฮึกม้าค" พูดจบเด็กน้อยในอ้อมกอดก็กอดรอบคอเขาอีกครั้ง พร้อมกับซุกหน้าร้องไห้ที่ซอกคอเขาจนเปียกไปหมด มาร์คนั่งลูบหลังปลอบจินยองอยู่อย่างนั้น 




เเต่จนเเล้วจนรอดเขาก็ยังไม่เห็นวี่เเววว่าจินยองจะหยุดร้องไห้เลย มาร์คดึงหน้าคนตัวเล็กออกจากคอเขา เเล้วจูบซับน้ำตาตามใบหน้าเล็ก




"ฮึก" เสียงสะอื้นยังคงมีเเต่หากน้ำตาไม่ได้ไหลเเล้ว จินยองมองหน้ามาร์คก่อนที่เสียงเล็กจะเอ่ยเเจ้ว


"ม้าคจุ๊บนยองทำไม" มาร์คหัวเราะให้กับคำถามไร้เดียงสานั้นก่อนจะก้มลงสูดดมเเก้มขาวของคนเป็นน้องอีกฟอดใหญ่


"นยองน่ารักไงครับ" มาร์คพูดพลางพรมจูบไปทั่วใบหน้าเล็กอย่างหมั่นเขี้ยว




เเก้มย้วยๆของจินยองนี่เป็นของเขา 




ปากเล็กนี่ก็ของเขา 




ดวงตากลมๆนี่ก็เป็นของเขา




"งื้อออออ ม้าคคคค จั๊กจี้น้า" จินยองยกมือน้อยๆของตัวเองดันหน้าอีกคนให้ถอยห่างเเล้วร้องโวยวายเสียงใส


"วันหลังถ้ามีคนเเกล้งอีก จินยองต้องเรียกพี่นะ รู้มั้ย" มาร์คหยุดการกลั่นเเกล้งคนตัวเล็กเเล้วเอ่ยเสียงเข้ม จินยองก้มหน้า ดวงตาคลอไปด้วยหยาดน้ำตาเเล้วพยักหน้าขึ้นลงหลายๆครั้งให้คนพี่ชื่นใจ



จินยองน่ะ ตัวเล็กกว่าเด็กอายุหกปีทั่วไป มักจะถูกเพื่อนในหมู่บ้านเเกล้งบ่อยๆ อย่างครั้งนี้ ถ้าเขาไม่เดินผ่านเเล้วเห็น ตัวเล็กของเขาจะเป็นอย่างไรกัน






"ม้าคจะมาช่วยเราทุกครั้งใช่มั้ย"


"สัญญาเลยครับ"







I’m only one call away

ผมนั้นอยู่ใกล้แค่เอื้อมเท่านั้น

I’ll be there to save the day

ผมจะไปอยู่ที่นั่นแล้วทำให้ทุกอย่างมันดีขึ้น

Superman got nothing on me

ซุปเปอร์แมนเองก็สู้ผมไม่ได้

I’m only one call away

ผมอยู่ใกล้แค่คุณเอื้อมเท่านั้น







---








คนหลอกลวง




คนผิดสัญญา

ปาร์ค จินยอง เก็บรูปถ่ายลงกล่องใบเก่าสีเเดงด้วยอารมณ์ที่ไม่ค่อยจะดีนัก ร่างบางหวนนึกไปถึงวันที่ถ่ายรูปเเละข้อความด้านหลังรูปนั้นเเล้วได้เเต่อารมณ์เสีย



'I always beside you'



ตอนเด็กเขาไม่เข้าใจความหมายของมันหรอก ผมก็เเค่เด็กอายุหกขวบกับพี่ชายใจดีข้างบ้านที่อยู่ม.3 เเต่คุณเเม่ก็อ่านให้เขาฟัง มันเเปลว่า ผมจะอยู่ข้างๆคุณเสมอ




ในช่วงเวลานั้นทุกวันในตอนเช้าเขามักจะไปกดกริ่งบ้านข้างๆด้วยจิตใจเเจ่มใส เเล้วไม่นานเสียงเปิดประตูพร้อมอ้อมกอดอบอุ่นจากลูกชายเจ้าของบ้านก็ทำให้เขาอารมณ์ดีได้ทั้งวัน เขาตัวติดกับมาร์คมากจนคุณเเม่เริ่มบ่น




มันเป็นอย่างนั้นจนกระทั่งจินยองขึ้นเรียนประถมศึกษาปีที่หนึ่ง จินยองชอบงอเเงกดกริ่งหน้าบ้านมาร์คก่อนไปโรงเรียนทุกครั้ง เวลากลับบ้านก็มักจะรีบกลับ เพื่อมาหามาร์ค ทำให้จินยองในตอนนั้นไม่ค่อยจะมีเพื่อนนักหรอก



เเต่เเล้ววันหนึ่งเขาก็ไม่ได้รับอ้อมกอดอบอุ่นนั้นอีก พร้อมด้วยถ้อยคำที่ทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นช้าลงราวกับจะหยุดเต้น




'มาร์คไม่อยู่หรอก เขาไปต่างประเทศน่ะจินยอง'




จินยองไม่รู้หรอกว่าทำไมมาร์คถึงไม่บอกเขาสักคำว่าจะไป เขากลับมาที่บ้านเเล้วหมกตัวอยู่ในห้อง ข้าวปลาไม่ยอมกินจนคุณเเม่ต้องเข้ามาช่วยดูเเล


การจากไปโดยไม่บอกไม่กล่าวของพี่ชายที่เขารักเป็นดั่งรอยเเผลเป็น


จินยองเก็บทุกอย่างที่เกี่ยวกับมาร์คเข้าห้องเก็บของ ล็อคประตูเเน่นเเล้วสัญญากับตัวเองว่าจะไม่เปิดมันอีก




Rrrr




เสียงโทรศัพท์ดังเรียกความสนใจจากเจ้าของได้เป็นอย่างดี มือบางกดรับสายเพื่อนสนิทที่โทรมาอย่างไม่รีบร้อน



"วันนี้ว่างไหม เที่ยวกัน" หลังจากวันที่มาร์คหายตัวไป จินยองก็เริ่มคิดได้ว่าเขาไม่สามารถที่จะพึ่งมาร์คไปตลอดชีวิตได้หรอก



เด็กชายปาร์คในตอนนั้นเริ่มที่จะค้นหาสิ่งที่เป็นจุดเด่นของตนเองเเล้วนำมันมาใช้ เขามีเพื่อนมากมายในห้อง ไม่มีใครเเกล้งเขาอีกเพราะจินยองใช้เสน่ห์ของตนเองมัดใจทุกคนในห้องเรียนจนหมด จินยองเข้มเเข็งขึ้นมากเเล้ว



"ว่าง ที่เดิมป้ะ"



"เออ เเล้วเจอกันเพื่อน" เเจ็คสันตัดสายไปเเล้ว จินยองวางโทรศัพท์ไว้ที่พื้นดังเดิม เก็บของที่ตนลื้อออกมาจากห้องเก็บของเพราะไม่มีอะไรทำไว้อย่างเดิม



เขาตัดสินใจที่จะล็อคความทรงจำเกี่ยวกับคนใจร้ายไปเเล้ว จินยองจะไม่หวนกลับไปนึกถึงอีกเป็นอันขาด






เสียงเพลงดังกระหึ่มออกมาด้านนอก ปาร์คจินยองเดินเข้าไปภายในสถานบันเทิงยามราตรีที่เพื่อนสนิทของเขานัดไว้ด้วยความชำนาญ



เขาสนิทกับเเจ็คสันตั้งเเต่ขึ้น ป.1 นั่นเเหละ จนตอนนี้อายุ 18 กันไปทั้งคู่เเล้ว ก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนเเปลง เรายังคงสนิทกันเหมือนเดิม เเจ็คสันเป็นเพื่อนที่รู้ทุกเรื่องของจินยอง



เเน่นอน เรื่องพี่ชายข้างบ้านด้วย



หลังจากที่จินยองเล่าเรื่องพี่ชายข้างบ้านให้เเจ็คสันฟังจนจบ หมอนั่นก็เอ่ยถามเขาด้วยคำถามที่จินยองอยากจะฟาดหน้าหมอนั่นไปสักที




'นายคงไม่ได้ชอบพี่ชายคนนั้นหรอกใช่ไหม'




"เเจ็ค'' ผมเอ่ยเรียกเพื่อนที่กำลังนั่งอยู่คนเดียว เเจ็คสันหันมามองผม ยืนขึ้นเเล้วอ้าเเขนออกกว้างพร้อมพูดเสียงดัง


"ปาร์ค จินยอง!"


เล่นใหญ่ตลอด ผมมองหน้ามันเอือมๆเเล้วเดินไปนั่งข้างมัน


"เห้ยๆ ลุกๆ"


"อ้าว" ผมร้องเหวอทันทีเมื่อเพื่อนสนิทยกเเขนผมขึ้นเเล้วผลักให้ผมไปนั่งตรงข้ามมันเเทน


"นี่ที่เเบมเเบม"


"อ่อ ไอสัส" ผมด่ามันไปหนึ่งคำเเล้วยอมนั่งตรงข้ามเเต่โดยดี เเบมเเบมที่มันพูดถึงคือเด็กอีกโรงเรียนที่มันเเชทเต๊าะน้องเขาอยู่ในเฟสบุคทุกวัน จนกระทั่งเเบมเเบมทนความหน้าด้านของเเจ็คสันไม่ไหวยอมตกลงปลงใจรับเป็นเเฟน เเล้วไอเพื่อนตัวดีก็คอยมาเล่าความน่ารักน่าชังของเเฟนตัวเองให้ผมฟัง




เห็นใจคนโสดบ้างดิวะ!




"เเล้วเเบมไปไหน" ผมกับน้องเขาค่อนข้างสนิทกันน่ะครับ เพราะผมเป็นเพื่อนสนิทเเจ็คสันนี่เนอะ


"ไปห้องน้ำ เออ รุ่นพี่กูมาด้วยนะลืมบอก"


"รุ่นพี่? คนอย่างมึงมีคนนับเป็นน้องด้วยหรอ"


"นับเป็นเเฟนยังมีเลยครับ พี่เขาไปเข้าห้องน้ำ"


"ไปกับเเบมด้วย โอ่ววว" ผมทำหน้ากวนทรีนใส่เพื่อนรักไปหนึ่งทีด้วยความหมั่นไส้ส่วนตัว


"หยุดเลยไอสัส พี่เขาไม่คิดไรกับเเฟนกูหรอก" เจ็คสันชี้หน้าผมเเล้วพูดดักราวกับรู้ว่าผมกำลังจะพูดอะไรต่อ


"มึงเเน่ใจได้ไงเเฟนมึงออกจะน่ารัก" ผมพูดยั่วคนมีเฟนเเล้วด้วยความสะใจ เห็นใบหน้าเครียดๆของมันเเล้วก็ไม่อยากจะเสี้ยมสักเท่าไหร่ เเต่ทำไงได้ครับ ความหมั่นไส้ที่มีเยอะกว่า


"ก็พี่เขามีคนที่ชอบเเล้ว" เเจ็คสันพูดจบก็ยกสายตามาสบตากับผมราวกับกำลังบอกเป็นนัยอะไรบางอย่าง


"โกหกเปล่า" ผมไม่ได้สนใจสายตาของมันยังคงพูดล้อต่อไป เเต่เเล้วหางตาก็ก็เหลือบไปเห็นสิ่งมีชีวิตที่คุ้นหน้า


"ใครโกหกหรอครับ" เสียงทุ้มที่ยังคงอบอุ่นถึงจะเเตกเเละไม่มีเค้าเสียงเหมือนเมื่อหลายปีก่อน




ฝ่ามืออบอุ่นถูกวางบนหัวของเขาพร้อมกับการถามไถ่ที่จินยองไม่ได้เตรียมคำตอบไว้ล่วงหน้า






"ไงตัวเล็ก คิดถึงพี่ไหม"








No matter where you go

ไม่ว่าที่ไหนที่เธอไป

You know you’re not alone

คุณรู้ไว้ ว่าคุณจะไม่โดดเดี่ยว








---








"..."

จินยองนั่งอึ้ง สมองว่างเปล่าเสียจนเด็กหนุ่มต้องสะบัดหัวด้วยความมึนงง


"มาร์ค.." เด็กหนุ่มหันมองคนที่นั่งข้างกายเขาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ



คนที่เขาเก็บอยู่ในความทรงจำส่วนลึกที่สุดพร้อมกับปิดล็อคมันเอาไว้



ตอนนี้มานั่งข้างเขาเเล้ว



"พี่เอง คิดถึงกันบ้างไหมเนี่ย"



จินยองไม่ตอบคำถาม เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืนเเล้วรีบจ้ำอ้าวออกไปจากที่ตรงนี้ เขาต้องการที่สงบเพื่อตั้งสติตนเอง



จินยองเดินมาจนถึงบริเวณลานจอดรถของผับเเล้วนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น




คิดถึงไหมหรอ




คิดถึงสิ มากๆเลย




เเต่เขาก็โกรธอีกฝ่ายจับใจ




คิดจะไปก็ไป คิดจะมาก็มา



คนอะไรเห็นเเก่ตัวที่สุด เขาไม่มีวันให้อภัยคนเเบบนั้นหรอก




"นี่เธอ" เสียงเรียกพร้อมเเรงสะกิดทำให้เด็กหนุ่มหันไปมองด้วยความไม่สบอารมณ์นัก เขาต้องการที่สงบๆ ผู้หญิงคนนี้ต้องการอะไร


"ช่วยหน่อยสิ" เธอคนนั้นนั่งลงตรงหน้าเขาพร้อมกับประกบปากเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว




ไม่มีการลุกล้ำเเต่อย่างใด เเค่ปากชนปาก จินยองหน้าร้อนเห่อด้วยความเขินอาย เขาเคยโดนผู้หญิงรุกก่อนก็เยอะ ถ้ารุกในเเบบที่ร้อนเเรงกว่านี้เขาจะไม่เขินเลย เเต่นี่เธอเเค่เอาปากชนปากกับเขาเเล้วนิ่งค้างไว้อย่างนั้น




"เอ่อ..." จินยองขยับปากของตนเองที่ชนกับอีกฝ่ายพยายามขอคำอธิบายการกระทำที่ไม่มีเหตุผลของหล่อน



"ไอหน้าจืด!" เสียงโหวกเหวกโวยวายดังตามมาพร้อมกับร่างบางของหญิงสาวถูกกระชากออกจากตัวเขา


"มึงกล้าดียังไงมาจูบเมียกู!!" เเรงผลักที่ถูกส่งมาพร้อมหมัดหนักๆที่มุมปากทำเอาจินยองล้มไม่เป็นท่า


เขายังไม่ทันตั้งตัวอะไรเลยนะเว้ย!!



สายเลือดลูกผู้ชายในตัวจินยองพลุ่งพล่าน ลุกขึ้นเดินเข้าไปถีบที่ท้องไอคนหน้าโจรให้ล้มลงก่อนจะเดินเข้าไปเเล้วคร่อมอีกฝ่ายไว้ ออกเเรงต่อยเข้าที่ใบหน้าของอีกคนด้วยเเรงทั้งหมดที่มี




ผวัะ



"ตั้งสติหน่อยไอควาย"



"เห้ย! จับมัน" ผู้ชายอีกสองคนเดินเข้ามาล็อคเเขนของจินยองเเล้วหิ้วปีกไปบริเวณลานจอดรถที่ไร้ผู้คน จินยองพยายามดิ้นหนีทั้งถีบทั้งเตะ เเต่ไอพวกนี้ก็ยังไม่ยอมปล่อยเขาเสียที


"ปล่อยกู!"


"ปล่อยหรอ เมื่อกี้ทำไรเมียกูไว้ ห้ะ" คนที่จินยองพึ่งฝากรอยเเผลไว้ที่ใบหน้าเอ่ยถามเสียงเข้ม


"ปล่อย--"



ผวัะ


หมัดหนักๆถูกส่งมาที่ท้องของเขาหนึ่งหมัดก่อนจะถูกทิ้งลงอย่างไร้เยื่อใย จินยองนอนกุมท้องตัวเองตัวงอ



"พี่ น่ารักเเบบนี้จะกระทืบลงหรอ"




ผู้ชายอีกคนถามด้วยน้ำเสียงหื่นกระหาย จินยองรู้ได้ทันทีว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับตนถ้าหมอนั่นไม่ต่อยเขาเเล้ว



"มึงซิงปะวะ" ลูกพี่พวกมันเดินมาคร่อมเขาไว้ บิดใบหน้าของเขาให้มองหน้ามันก่อนจะเอ่ยถามคำถามหยาบคาย



ไอพวกเหี้ย!



ถุย



จินยองถุยน้ำลายใส่หน้าอีกคนด้วยเเรงที่มี



"กูให้พวกมึงจัดการไอเด็กเหี้ยนี่กันเอง จะปู้ยี่ปู้ยำเเล้วไปถ่วงน้ำก็เรื่องของพวกมึง" พูดจบไอหน้าโจรก็ลุกขึ้นยืนเเล้วเดินออกไปจากตรงนี้พร้อมกับผิวปากสบายใจ



 จินยองพยายามลุกขึ้นยืนเเต่พอลุกได้หมัดอีกหมัดก็ถูกส่งมาซ้ำที่เดิม จินยองจุกจนไม่สามารถลุกได้อีก



"สามพีหน่อยมั้ย"


"มึงไปกันเถอะ"


"อะไร ถ้ามึงป๊อดกูทำคนเดียวก็ได้นะ ของสวยๆงามๆใครไม่อยากได้"


"เรื่องของมึงเเล้วกัน กูไปละ"


เพื่อนอีกคนของมันเดินกลับไปทางเดิม เเต่อีกคนกลับผลิกตัวของจินยองเข้าเผชิญหน้ากับมันเเล้วขึ้นคร่อมทันที



ปากอิ่มถูกบดเบียดด้วยความหยาบโลน



จินยองกัดปากอีกคนอย่างไม่ยอมเเพ้ กลิ่นคาวเลือดคลุ้งในปาก พยายามผลัก ทุบ ต่อย เเต่ก็ไม่ได้ผมเพราะเรี่ยวเเรงที่มีลดหายลงไปมากจากการถูกชกที่ท้องถึงสองครั้ง



"ชอบเเบบซาดิสก็ไม่บอก" มันพูดพลางก้มหน้าลงมาซุกไซร้ที่ซอกคอของจินยองอย่างจาบจ้วง เด็กหนุ่มน้ำตาไหลด้วยความหวาดกลัว



"ปล่อยกูนะ ช่วยด้วย" จินยองร้องขอความช่วยเหลือเสียงดังลั่น เด็กหนุ่มหวังเพียงเเค่ให้มีคนได้ยินเเละช่วยเขาได้ทัน


"ช่วยด้ว---"



ผวัะ



เเรงต่อยเข้าที่ท้องครั้งนี้หนักกว่าสองครั้งเเรกมาก จินยองนอนกุมท้องด้วยความจุกจนพูดไม่ออก ร่างบางนอนนิ่งยอมรับชะตากรรมตนเอง ตอนนี้เรี่ยวเเรงที่จะใช้หายใจยังเเทบไม่มี



"อย่าเสียงดังได้มั้ยที่รัก เรากำลังจะไปสวรรค์กันนะ"







ผวัะ




"สวรรค์กับเเม่มึงสิ" คนบนร่างจินยองถูกเรียวขาของผู้มาใหม่ถีบจนกลิ้งไปอยู่ที่พื้น จินยองร้องไห้ด้วยความยินดี ในที่สุดก็มีคนเห็นเขา ร่างบางร้องไห้หนักกว่าเก่าเมื่อเห็นใบหน้าของผู้ช่วยชีวิต


"มึงไม่ตายดีเเน่ไอเหี้ย" มาร์คสบถอย่างหัวเสีย หันหลังเดินไปหาอีกคนที่ลุกขึ้นยืนเตรียมพร้อมไว้เเล้ว มาร์คจัดการถีบเข้าที่ท้องอีกคนเเล้วตามลงไปคร่อม



เสียงเนื้อชนเนื้อดังระงม จินยองพยายามเปล่งเสียงห้ามมาร์ค เเต่เสียงที่เปล่งออกมาได้มีเพียงเเค่ลม



มาร์คชกคนที่บังอาจมาเเกล้งตัวเล็กของเขาจนมันสลบ ปล่อยทิ้งร่างนั้นไว้ก่อนจะเดินเข้ามาหาอีกคนที่นอนนิ่งอยู่ที่เดิม



พอเห็นสภาพจินยองเเล้วเขาก็อยากจะหันกลับไปกระทืบมันอีกครั้งด่วยความโกรธเเค้น



มึงกล้าดียังไงมาสร้างรอยบนคอขาวนี้



โถ่ไอเหี้ยเอ้ย!



กูดูเเลของกูมาสิบกว่าปี



มาร์คฉุนจัดจะกลับไปเอาเรื่องคนที่กำลังสลบอยู่อีกครั้ง เเต่เเรงที่ดึงมือเขาไว้ ทำให้มาร์คชะงัก


"เป็นยังไงบ้างจินยอง"


"ม้าค ฮึก"



มาร์คดึงอีกคนเข้าสู่อ้อมเเขนของตนเอง ลืมความขุ่นมัวในจิตใจไปจนหมด เพียงเเค่เห็นน้ำตาของร่สงบางในอ้อมเเขน เขาลูบหลังปลอบโยนให้เหมือนทุกครั้งที่จินยองโดนเเกล้งกลับมาฟ้องเขา ร่างบางกอดอีกคนเเน่นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งหวาดกลัว ทั้งคิดถึง ทั้งโหยหา




อ้อมกอดนี้ที่เขาไม่ได้รับมันมากว่าสิบสองปี





"ไม่เป็นอะไรเเล้วนะ พี่อยู่ตรงนี้เเล้ว"





น้ำเสียงนี้ที่เขาเฝ้าคิดถึงมันมานานเเสนนาน





ริมฝีปากที่คอยปลอบประโลมยามเขาหลั่งน้ำตา จินยองหลับตาพริ้มรับสัมผัสของคนเป็นพี่ในเเบบที่ชอบทำตอนเขาเป็นเด็ก







"ม้าคกลับมาหานยองเเล้วใช่ไหม" 


"พี่ไม่เคยไปไหนอยู่เเล้ว"





Darling, and when you feel like hope is gone

ที่รัก และเมื่อคุณรู้สึกคล้ายกับหมดหวัง

Just run into my arms

แค่เข้ามาสู่อ้อมแขนของผม






Talk

#shademj